รถเหล็กพร้อมบู๊ “โลโบ” หวังเปิดฉากชัยศึกคิกบ็อกซิ่งทีแรก

รถเหล็กพร้อมบู๊  “โลโบ” หวังเปิดฉากชัยศึกคิกบ็อกซิ่งทีแรก

รถเหล็กพร้อมบู๊ “รถเหล็ก พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม” ดวงใจพร้อมกายพร้อมสำหรับเพื่อการผ่านสายมาลงแข่งขันในข้อตกลงคิกบ็อกซิ่งเป็นครั้งแรกในชีวิต

รถเหล็กพร้อมบู๊ โดยจะพบกับนักต่อยจอมแข็งเลือดแซมบา “ฟิลิปเป โลโบ” ที่จะมาเปิดซิงสายคิกบ็อกซิ่งเป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่า รถเหล็ก เป็นหนึ่งในนักมวยยอดความสามารถของกองทัพกีฬา วัน ซูเปอร์ ซีรีส์ (มวยไทย/คิกบ็อกซิ่ง)

โดยเดี๋ยวนี้รั้งตำแหน่งชั้น 2 ของแรงกิง ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต และก็เคยเป็นอดีตผู้ท้าแข่งแชมป์โลกกับ “น้องโอ๋ ไก่ย่างห้าดาว” เจ้าบัลลังก์คนเดี๋ยวนี้ของรุ่นนี้

รถเหล็กพร้อมบู๊

ถึงแม้ รถเหล็ก ยังได้โอกาสที่จะไปถึงตำแหน่งแชมป์มวยไทย แม้กระนั้นเขายังคงมองหาความท้าใหม่ให้กับตัวเอง ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

เขาเคยพูดว่าต้องการทดลองผ่านสายมาต่อยคิกบ็อกซิ่งสักหนึ่งครั้งเพราะว่าต้องการทดลองความรู้ความเข้าใจตัวเอง https://www.musokai.org

โดยมองเห็นแบบอย่างจากสหายนักกีฬา ONE ที่ผ่านสายไปต่อยต่างข้อตกลงแล้วก็ไปถึงเป้าหมาย เขาก็เลยมีความรู้สึกว่าคงจะทำเป็นด้วยเหมือนกัน

คราวนี้ รถเหล็ก จะต้องเจอหน้ากับ ฟิลิปเป นักมวยบราซิล วัย 28 ปี ที่ขึ้นชื่อลือนามเรื่องความแข็งแกร่งและก็ยังเคยเอาชนะมวยไทยดีกรีแชมป์อย่าง

“ยอดพนมรุ่ง จิตรเมืองนนท์” มาแล้วในไฟต์เปิดตัว แต่ว่า รถยนต์เหล็ก ยังคิดว่าคู่แข่งขันรายนี้มิได้มีอะไรน่าขนลุกเนื่องจากว่าต่างคนต่างใหม่ในข้อตกลงนี้เช่นเดียวกัน แล้วก็แน่ใจว่าความเก๋ารวมทั้งความแข็งแกร่งของตัวเองจะมีผลให้เป็นข้างดีกว่า

“ฟิลิปเป มีจุดเด่นที่ความแข็งแกร่งขอรับ แต่ว่าประเด็นนั้นไม่คือปัญหาสำหรับผม เพราะเหตุว่าถึงผมจะอายุ 31 แล้ว แต่ว่าผมแน่ใจว่าผมทำร่างกายมาอย่างสม่ำเสมอ

รถเหล็กพร้อมบู๊

ผมรู้สึกว่าถึงเขาจะเข้มแข็ง แม้กระนั้นอาวุธเขาน้อยกว่าขอรับ ผมมีพื้นฐานมาจากมวยไทย ก็จะเหนือกว่าหัวข้อการออกอาวุธได้นานัปการกว่าครับผม”

“ผมคิดว่าไฟต์นี้ ฟิลิปเป เขาคงจะยืนสู้ครับผม และก็ผมว่าจะน่าแลกเปลี่ยนกันบันเทิงใจแน่ๆ ก็ต้องการที่จะให้ ฟิลิปเป เตรียมความพร้อมมาให้พร้อมสำหรับไฟต์นี้ แล้วมาแลกเปลี่ยนกันให้มันไปเลยครับผม” ข่าวมวย วันนี้

เวลาที่นักมวยไทยอาชีพคนไม่ใช่น้อยอาจมองผ่านจุดสำคัญของการเล่าเรียน แต่ว่าสำหรับ “รถยนต์เหล็ก พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม” กลับมีความคิดที่ต่างกัน โดยเขาใช้เวลาว่างจากการฝึกฝนมวยลงเรียนหนังสือจนกระทั่งจบการศึกษาชั้นปริญญาโท ซึ่งเกือบจะหาได้เพียงแต่ไม่กี่คนแค่นั้นในแวดวงมวยไทย

​ภายหลังที่ รถเหล็ก สำเร็จการศึกษาชั้น ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ที่ถิ่นฐานบ้านช่องใน อำเภอเกาะสมุย จังหวัดจังหวัดสุราษฎร์ธานี เขาก็เดินทางเข้ามาชกมวยในจ.กรุงเทพฯ

เมื่อตนเห็นว่า ข้างหลังฝึก ยังพอเพียง มีเวลาว่าง ก็เลยตกลงใจ ลงศึกษาต่อ ในระดับปริญญาตรีที่ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต (RBAC) ซึ่งเป็นสถาบัน ที่ส่งเสริมทาง การศึกษาให้กับนักกีฬาอาชีพ โดยเปรียบเทียบโอนจากระดับ ปวส. ต่ออีก 2 ปี ก็จบปริญญาตรีในสาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ

เนื่องจากว่า เป็นคนพอใจ ใฝ่รู้และก็ ให้ความเอาใจ ใส่กับการเล่าเรียน รถเหล็ก ตกลงใจศึกษาต่อใน ระดับปริญญาโท สาขารัฐประศาสนศาสตร์

ซึ่งเขาคิดว่า สามารถนำวิชา ความรู้ด้านบริหาร จัดแจงไป ใช้ประโยชน์ สำหรับการเลี้ยงชีพแล้วก็การดำรงชีวิต ในอนาคต โดยเปิดเผย ถึงประสบการณ์ การศึกษาเล่าเรียน พร้อมกันไปกับการชกมวยว่า

“ตอนแรก ผมมิได้รู้สึกว่า จะศึกษา ต่อปริญญาโท วันจันทร์ถึง วันศุกร์ผม ฝึกซ้อมมวย ตอนกลางวันนอนพัก ตกยามค่ำคืน เพียงพอมี เวลาว่าง ผมรู้สึกว่าศึกษา ต่อดีมากยิ่งกว่า เอาเวลาที่ตรงนั้น มาอ่านหนังสือบ้าง

ทยอยดำเนินงาน ส่งคุณครูบ้าง ขั้นแรกๆจำเป็น ต้องเข้าห้องเรียน วันแล้ววันเล่าวันศุกร์, เสาร์, อาทิตย์ พอเพียงเรียน มาสักระยะก็ เหลือเฉพาะวันเสาร์, อาทิตย์ จนกระทั่งในที่สุดก็เหลือ วันอาทิตย์วันเดียว”

“ความลำบาก สำหรับเพื่อ การเรียนไม่มี อะไรมากมาย เว้นแต่พวกเรา จำต้องปลุก ตนเองให้ตื่นเพื่อไป เรียนหนังสือ ไปฟังคุณครู ทั้งๆที่บางคราว พวกเราอ่อนเพลีย รวมทั้งต้องการพัก อีกอย่างเป็น เมื่อเรียน ในระดับที่สูงขึ้น มันก็จะยาก ขึ้นเรื่อยเป็น ปกติอยู่แล้ว”

“บางบุคคล มองเห็นหน้าผม แล้วไม่เชื่อ บอกเค้าหน้า แบบงี้หรอ จบปริญญาโท ผมมีความบากบั่น ผมมั่นใจว่า ผมสามารถเรียนได้ รวมทั้งผม ก็ทำสำเร็จจริงๆ”

รถยนต์เหล็ก สำเร็จการศึกษา ระดับปริญญาโท เมื่อปี พุทธศักราช2558 ตอนอายุ 25 ปีเพียงเท่านั้น

สำหรับแฟนคลับ ที่นึกถึง ผลงานของ รถเหล็ก ยั้งใจรอคอย อีกไม่นาน เพราะว่าเขากำลังจะกลับมาลง สังเวียนเร็วๆนี้ โดยจะเป็น การผ่านสาย จากมวยไทย มาต่อยคิกบ็อกซิ่ง เป็นครั้งแรกในศึก ซึ่งจะถ่ายทอด เทปการแข่งขัน ชิงชัยในวันศุกร์ที่ 26 เดือนพฤศจิกายน 2564