ปกป้องบัลลังก์ “แบรนดอน” ป้องสายรัดเอวนักสู้ภารตะ “อาร์จาน” ศึกวันแดนกัล

ปกป้องบัลลังก์ “แบรนดอน” ป้องสายรัดเอวนักสู้ภารตะ “อาร์จาน” ศึกวันแดนกัล

ปกป้องบัลลังก์ แชมป์โลกตากาล็อกเตรียมพร้อมปกป้องบัลลังก์รุ่นใหญ่ จากแชมป์มวยปล้ำอินเดีย ร่วมด้วยซุปตาร์ที่วงการมวยไทย 

ปกป้องบัลลังก์ แชมป์โลกตากาล็อกเตรียมพร้อมปกป้องบัลลังก์รุ่นใหญ่จากแชมป์มวยปล้ำอินเดีย ร่วมด้วยซุปตาร์ที่วงการมวยไทย พร้อมฝ่าศึกวันแดนกัล ความร้อนร้อนรุ่มบนสังเวียนวันแชมเปียนชิพ ยังเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอเหมือนกันกับอากาศร้อนๆในตอนนี้ของบ้านพวกเรา

ศึกต่อไปรับเดือนพฤษภาคมในชื่อว่าวัน:ดินแดนกัล ซึ่งจะกระจายเสียงในต้นแบบบันทึกการแข่งขันชิงชัยจากประเทศสิงคโปร์ อินดอร์ สเตเดียม ในวันเสาร์ที่ 15 เดือนพฤษภาคมนี้ ถือได้ว่าเป็นศึกใหญ่ที่สำคัญยิ่งสำหรับชาวดินแดนภารตะ

เพราะเหตุว่าเป็นครั้งแรกที่ชาติอินเดียอาจได้ตั้งแชมป์โลกวัน คนแรกในประวัติศาสตร์ทีเดียว ศึกวัน:ดินแดนกัล นำกองทัพโดยเจ้าบัลลังก์ขาใหญ่ชาวประเทศฟิลิปปินส์ “เดอะ ทรูธ” แบรนดอน เวรา ซึ่งเป็นแชมป์โลกวัน รุ่นเฮฟวีเวตคนแรกตั้งแต่เดือนธันวาคม 2557 รวมทั้งสม่ำเสมอมา

จนกว่าเวลานี้ แบรนดอน ไม่เคยแพ้คนไหนกันแน่ในรุ่นเฮฟวีเวต เขาน็อกคู่แข่งขันทั้ง 4 รายได้ตั้งแต่ยกแรก โดยสองครั้งเป็นการคุ้มครองป้องกันตำแหน่งของตนเอง แบรนดอน จัดแจงเจอศึกหนักจากดินแดนภารตะเมื่อผู้ท้าชิง “ซิงห์” อาร์จาน บูลลาร์ นักมวยปล้ำโอลิมปิกคนดังเลื่องลือ

ซึ่งผันตัวมาสู่กีฬาเอ็มเอ็มเอ จนกระทั่งสั่งสมสถิติน่านับถือ ชนะ 10 แพ้ก็แค่ครั้งเดียว นำความเอาจริงเอาจังของเขาทั้งหมดเพื่อฉกฉวยบัลลังก์แชมป์โลกวัน รุ่นเฮฟวีเวต และหวังจะโด่งดังว่าเป็นแชมป์โลกวัน คนแรกของอินเดียอีกด้วย นอกจากคู่เอกนี้แล้ว

ศึกนี้จะเป็นอีกศึกที่แฟนคลับชาวไทยรอเมื่อเน็ตไอดอลที่วงการมวยไทยอย่าง “ตะวันฉาย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม” มาเปิดตัวหนแรกในฐานะคู่รองของรายการ โดยจะเจอกับคู่ปรปักษ์สายบู๊ชาวไอร์แลนด์ ฌอนที่เคยทดลองความรู้ความเข้าใจกับรุ่นพี่ร่วมค่ายอย่าง พงษ์ศิริ มาแล้ว

คู่นี้จะต่อยกันในกติกามวยไทย 3 ยก รุ่นแบนตัมเวต (61.3-65.8 กิโลกรัม) สวมนวมเอ็มเอ็มเอ 4 ออนซ์ “ฌอน แคลนซี” นักสู้จอมบู๊จากไอร์แลนด์ สมัครใจเป็นคู่ต่อสู้เปิดซิงไฟต์แรกของ “พระอาทิตย์ฉาย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม” กับวันแชมเปียนชิพ ในศึกวัน:ดินแดนกัล วันเสาร์ที่ 15 เดือนพฤษภาคม 2564

นักสู้หน้ามนจากจังหวัดชลบุรีเป็นนักต่อยไทยก็แค่เพียงอย่างเดียวในศึกวัน:แดนกัล ซึ่งมีคู่เอกเป็นการชิงแชมป์โลกวัน รุ่นเฮฟวีเวต ระหว่าง “แบรนดอน เวรา” ผู้ครอบครองบัลลังก์ชาวตากาล็อกและ “อาร์จาน บูลลาร์” จากดินแดนภารตะ

โดยศึกโอกาสนี้ ตะวันฉาย ถูกตาความเห็นดคู่กับนักสู้ชาวไอริชซึ่งเคยทำให้รุ่นพี่ร่วมค่ายอย่าง “พงษ์ศิริ พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม” แผลแตกยับจนกระทั่งควรต้องเย็บเกือบ 10 เข็มมาแล้ว เราก็เลยขอเต็มใจพามาทำความรู้จักกับคู่ปรับคนแรกของตะวันฉาย บนเวทีวันแชมเปียนชิพ กันหน่อย ดูมวยสดวันนี้

ปกป้องบัลลังก์ ฌอนเปิดตัวตอนแรกในวันแชมเปียนชิพ เมื่อเดือนกันยายน 2563 โดยเจอหน้ากับนักมวยไทยสายบู๊หัวใจใหญ่กว่าตับ พงษ์ศิริ พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม ซึ่งการประลองในครั้งนั้นจบลงอย่างหนักเลือดโชก ทั้งคู่แผลแตกยับถูกจับส่งโรงพยาบาล เย็บแผลสองคนรวมกันร่วม 60 เข็ม และไฟต์นั้นถึงกับได้รับการสรรเสริญให้เป็นเยี่ยมในไฟต์เหมาะสมที่สุดที่ปี 2563

ปกป้องบัลลังก์

ฝ่าศึกวันแดนกัลความร้อนร้อนรุ่มบนสังเวียนวันแชมเปียนชิพ

ปกป้องบัลลังก์ นักต่อยชาวไอริชวัย 32ปี รู้จักมวยไทยครั้งแรกเมื่อได้ไปดูเพื่อนของเขาขึ้นชก โน่นทำให้เขาตกหลุมรักมวยไทยอย่างถอนตัวไม่ขึ้นและเริ่มฝึกหัดมวยไทยนับจากนั้นเป็นต้นมา ต่อมาเขาตกลงปลงใจลงสังเวียนเพียงเพื่อทดสอบวิชามวยที่เล่าเรียนมาโดยไม่คิดฝันว่านั่นเป็นจุดหักเหที่ทำให้เขาก้าวเข้าสู่ทางการเป็นมวยไทยอาชีพ

ตอนหลังสบโอกาสเดินทางมาเมืองไทย ฌอนถูกอกถูกใจกับการฝึกหัดมวยไทยแบบต้นตำรับซึ่งต่างจากที่เขาเคยผ่านมา เขาก็เลยตกลงปลงใจฝึกหัดมวยไทยอย่างเข้มข้นตลอดระยะเวลา 10 ปี ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นนักชกมวยระดับมืออาชีพที่กล้าให้ได้ ในที่สุดความพากเพียรก็เป็นผลเมื่อเขาสร้างประวัติศาสตร์การเป็น “นักมวยไอริชคนแรก” ที่ขึ้นแท่นเป็นแชมป์โลกดับเบิ้ลยูบีซี เมื่อเดือนกรกฎาคม 2562

อีกทั้งได้รางวัลนักมวยไทยดีเด่นของดับเบิ้ลยูบีซี มาถือครองในปีเดียวกัน ถึงแม้ไฟต์เปิดตัวในวันแชมเปียนชิพ ฌอนจะเป็นข้างพ่ายจอมบู๊ชาวไทยอย่าง ดงษ์ศรี พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม ไปแบบบอบช้ำโดนเย็บถึง 52 เข็ม แม้กระนั้นเขาก็ทำให้เห็นว่าเลือดนักสู้ไอริชนั้นไม่แพ้คนไหนในโลก

และเขากำลังจะกลับมาประกาศแรงนักสู้สายบู๊ที่พร้อมสู้กับยอดมวยความรู้ความเข้าใจอย่างตะวันฉาย อย่างไม่เกรงเสียงยกย่องหรือบารมีอะไร แฟนคลับบางทีอาจจำต้องรอติดตามว่า ฌอนแคลุกหลบลุกลนซี จะส่งให้ พระอาทิตย์ฉาย เจิดแจ่มกระจ่างในวันแชมเปียนชิพ หรือถูกสกัดดาวรุ่งตั้งแต่ไฟต์แรกกันแน่

คอหนังบอลลีวูดบางทีอาจรู้จักภาพยนตร์เรื่อง “แดนกัลปล้ำฝันกึกก้องโลก” อย่างยอดเยี่ยม หนังหัวข้อนี้ออกสู่สายตาคนทั่วทั้งโลกเมื่อปี 2559 ปัดกวาดรายได้ถล่มทลายถึง 340 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือกว่า 10,200 ล้านบาท) กลายเป็นหนังอินเดียที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาล แม้ว่าผู้คนจำนวนมากคงอาจยังไม่ทราบว่าเรื่องราวที่ถูกนำเสนอในภาพยนตร์นั้นเป็นชีวิตจริงของครอบครัว

“ริตู โฟกาต” แชมป์มวยปล้ำหญิงขวัญใจดินแดนโรตีที่ในตอนนี้ผันตัวมาเป็นนักกีฬาการต่อสู้แบบผสมผสานและก็แปลงเป็นหนึ่งในตัวเด่นของเวทียอดเยี่ยมวันแชมเปียนชิพ “แดนกัล” ในภาษาอินเดียแปลว่า “นักมวยปล้ำ” เนื้อหาของหนังพรีเซ็นท์เรื่องราวชีวิตของ มหาเวียร์ สิงห์ (บิดาของ ริตู) ซึ่งเป็นอดีตนักมวยปลุกปล้ำผู้มีความต้องการอยากได้เป็นแชมป์โลก

หากแม้ฝืนใจทิ้งความฝันเนื่องจากขาดการช่วยส่งเสริมจากอีกทั้งครอบครัวรวมทั้งรัฐบาล เขาก็เลยตั้งอกตั้งใจว่าถ้าหากมีลูกชาย เขาจะปั้นให้เป็นตัวแทนของเขากระทำตามฝันให้เสร็จ ถึงแม้ว่าแล้ว มหาเวียร์ จำเป็นต้องผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำอีกเมื่อเขาได้บุตรหญิงถึง 3 คนหมายถึงคีตา, บาบิตา และ ริตู ด้วยความนิยมที่เกิดขึ้นภายในสังคมของอินเดียที่ผู้หญิงถูกจำกัดสิทธิรวมทั้งความเป็นอิสระ

การจะให้บุตรหญิงเป็นนักมวยปล้ำนั้นดูมืดมนอย่างยิ่ง เรื่องราวดำเนินมาถึงจุดหักเหเมื่อบุตรสาวคนโตและก็คนรองใช้วิชามวยปล้ำที่ดูดซึมมาจากพ่อรังแกเพื่อนผู้ชายข้างบ้านซะระบม มหาเวียร์ เห็นแววนักสู้ของบุตรสาวก็เลยคิดฉีกกฏจารีตทางสังคมโดยจับลูกๆมาฝึกหัดมวยปล้ำจริงจัง ตราบจนกระทั่งสามารถสนับสนุนให้ลูกสาวคนโต และคนรองบรรลุเป้าหมายในอาชีพนักมวยปลุกปล้ำหญิงระดับประเทศในเวลาต่อมา

ความสำเร็จของพี่สาวทั้งสองแปลงเป็นแรงกระตุ้นให้ ริตู เดินตามรอยเท้าของครอบครัวอย่างมุ่งมั่นจนได้แชมป์มวยปล้ำ อินเดียน เนชันแนล แชมเปียนชิพ สามครั้ง แชมป์รายการ คอมมอนเวลท์ เรสลิ่ง ประเทศสิงคโปร์ ปี 2559 และเป็นนักมวยปลุกปล้ำหญิงอินเดียคนแรกที่ไปได้ไกลถึงรองแชมป์รายการ เวิร์ล ยู 23 เรสลิ่ง แชมเปียนชิพ ประเทศโปแลนด์ ปี 2560 เธอถูกเสนอชื่อเป็นตัวแทนประเทศเพื่อไปแข่งขันโอลิมปิก

ปกป้องบัลลังก์ แม้กระนั้น ริตู กลับทิ้งโอกาสนี้เพื่อเป้าหมายที่เหนือกว่าอาชีพนักมวยปลุกปล้ำ โดยคุณผันตัวเองสู่การเป็นนักกีฬาศิลป์การต่อสู้แบบประสาน (เอ็มเอ็มเอ) ริตู ผู้ครอบครองสมญานาม สมิงสาวดาวรุ่งดินแดนโรตี เปิดตัวอย่างงดงามกับวันแชมเปียนชิพ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 แล้วหลังจากนั้นคุณก็เก็บชัยเป็นประจำถึง 4 ไฟต์ และก็กำลังจะสืบต่อการสำเร็จเป็นไฟต์ที่ 5 ใหญ่ฟัดใหญ่