มวยสร้างปาเกียว “มักซาโย่” เปิดตัวสุดหรูกล่อมคู่ชกหลับคาสังเวียน

มวยสร้างปาเกียว “มักซาโย่” เปิดตัวสุดหรูกล่อมคู่ชกหลับคาสังเวียน

มวยสร้างปาเกียว ก้าวขึ้นมาเป็นด้ามจับตามองโดยทันทีสำหรับ มาร์ก มักซาโย่ นักชกชาวประเทศฟิลิปปินส์

มวยสร้างปาเกียว ที่ชกเป็นคู่ประกอบรายการของ “เดอะ แพ็คแมน” แมนนี่ ขว้างเกียว กับ ยอร์เดนิส อูกัส สำหรับเพื่อการชิงเข็มขัดแชมป์โลก สโมสรมวยโลก รุ่นเวลเตอร์เวต ที่สังเวียน ที-โมบาย อารีน่า, ลาสเวกัส สหรัฐฯ เมื่อตอนเช้าวันอาทิตย์ที่ 22 เดือนสิงหาคม 2564

มวยสร้างปาเกียว

โดย หมัดวัย 26 ปี โชว์ฟอร์มได้อย่างสวยงามสำหรับในการต่อยกับ องค์การอนามัยโลกลิโอ เซฮา นักต่อยชาวเม็กซิโก ก่อนเอาชนะน็อก ด้วยการปลดปล่อยหมัดขวาส่งคู่ต่อยหลับในอากาศในยกที่ 10 คว้าเข็มขัดแชมป์โลกเฉพาะกาล รุ่นเฟเธอร์เวต ของ หน่วยงานมวยโลก มาครอบครองได้เสร็จ ดูมวยสดวันนี้

สำหรับ มาร์ก มักซาโย่ เริ่มชกมวยตั้งแต่อายุแค่เพียง 8 ขวบ โดยลงแข่งขันในมวยสมัครเล่นกว่า 200 ครั้ง ครองแชมป์ 4 ยุค ของสัมพันธ์มวยสมัครเล่นที่ฟิลิปปินส์ (ABAP) รวมทั้งคว้าตำแหน่งนักมวยดี 2 ยุค

เบนเข็มสู่มวยอาชีพเมื่อปี 2013 ซึ่งไฟต์ที่น่าจะเป็นที่จำของแฟนหมัดคนประเทศไทยก็คือการชนะคะแนน ผึ้งหลวง ส.สิงห์อยู่ เมื่อปี 2019 ก่อนซ็นข้อตกลงภายใต้ MP Promotions (สังกัดของ แมนนี่ ปาเกียว) เมื่อต้นปี 2020 ซึ่งถึงตอนนี้เจ้าตัวมีสถิติชนะรวด 23 ไฟต์ (ชนะน็อก 16 ครั้ง) รวมทั้งยังไม่เคยแพ้ให้กับคู่ต่อยรายไหนบนทางการต่อยอาชีพ

ยังคงเป็นหัวข้อที่หลายข้างสนใจเกี่ยวกับเบื้องหน้าเบื้องหลังความปราชัยแบบเอกฉันท์ของ “เดอะ แพ็คแมน” แมนนี่ ปาเกียว ยอดนักต่อยชาวประเทศฟิลิปปินส์ ที่มีต่อ ยอร์เดนิส อูกัส กำปั้นชาวคิวบา ที่สังเวียน หน-โมบาย อารีน่า, ลาสเวกัส อเมริกา เมื่อช่วงเวลาเช้าวันอาทิตย์ที่ 22 เดือนสิงหาคม 2564

โดยรูปเกมการต่อยก็อย่างที่เข้าใจกันดีว่า กำปั้นปินส์จอมเก๋าวัย 43 ปี ไม่อาจจะทำอะไรได้เป็นชิ้นเป็นอัน จนกระทั่งเป็นข้างแพ้แต้มไปแบบกินขาด 3 เสียง 113-115, 112-116 แล้วก็ 112-116 คลาดโอกาสกลับมาเป็นแชมป์โลกในรุ่นนี้อีกรอบ

ข้างหลังเกมการต่อยตัวของ ปาเกียว ก็ได้ออกมาเปิดเผยถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังความปราชัยในไฟต์นี้ว่า “ผมทำการบ้านมาอย่างยอดเยี่ยม มีการจัดเตรียมกลยุทธ์ต่อยที่จะจัดแจงเขายังไง แม้กระนั้นมันก็เกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น อันนี้ไม่ใช่คำแก้ตัวนะ แม้กระนั้นขาผมดันกำเนิดเป็นตะคิวทั้งสองข้างเลยในตอนชูที่ 2 มันทำเอาผมเดินแทบจะไม่ไหว” https://www.fudoshinkan.org

มวยสร้างปาเกียว

“พวกท่านเองก็คงจะทราบนะว่าผมเป็นมวยสไตล์แบบไหน ถ้าเกิดปกติผมอาจจะโยกซ้ายโยกขวาแล้วดักปลดปล่อยหมัดโต้กลับเขาได้แบบไม่ยากเย็น โน่นก็เลยเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกท่านมีความคิดเห็นว่าผมทำเป็นเพียงแค่ดึงจังหวะแล้วออกหมัดแลกเปลี่ยนกับเขาได้เพียงแค่นั้น”

“แม้กระนั้นโดยรวมก็นับว่ายังดีที่ผมไม่มีการบาดเจ็บจากไฟต์นี้มากสักเท่าไรนัก ด้วยเหตุว่าอย่างที่ทราบมวยเป็นกีฬาที่อันตราย ผมยังไม่มั่นใจว่าอาการเปลี่ยนไปจากปกติของขามันมีเหตุที่เกิดจากการที่ผมโหมฝึกซ้อมเยอะเกินไปหรือไม่ ผมมัวแต่วิ่งสำหรับในการฝึก ไหมอาจจะเกิดขึ้นเนื่องมาจากผมแก่แล้วด้วยมั้ง” แชมป์โลก 8 รุ่น เปิดใจ

สำหรับทางอนาคตถัดจากนี้ของ แมนนี่ ปาเกียว ยังคงเป็นปัญหาว่าเจ้าตัวจะตกลงใจรามือหรือเปล่า เนื่องจากว่าสภาพร่างกายของเจ้าตัวนั้นจัดว่าไม่ดังเดิม ไม่ว่าจะเป็นพลังหมัด รวมทั้ง ความเร็ว ยิ่งจำเป็นต้องมาพบกับคู่ต่อยที่สดกว่า รวมทั้งตัวใหญ่มากยิ่งกว่าทำให้ยากที่จะประมือด้วย การผจญเพลิง

ยังคงเป็นข้อความสำคัญ ที่หลายข้างสนใจ เกี่ยวกับทางหลังจากนี้ของ “เดอะ แพ็คแมน” แมนนี่ ปาเกียว ยอดนักต่อยชาวฟิลิปปินส์ ภายหลังแพ้ให้กับ ยอร์เดนิส อูกัส หมัดชาวคิวบา ไปแบบเอกฉันท์ ที่สังเวียน ที-โมบาย อารีน่า, ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา เมื่อตอนเวลาเช้าวันอาทิตย์ที่ 22 ส.ค. 2564

ทำให้หลายข้างคิดว่าถึงเวลาหรือยังที่ หมัดจอมเก๋าวัย 43 ปี จะตกลงใจรามือหันหลังให้กับสังเวียนหมัด เนื่องจากในไฟต์ปัจจุบันนั้น

สภาพร่างกายของเจ้าตัวจัดว่าไม่ดังเดิม ไม่ว่าจะเป็นพลังหมัด และก็ ความเร็ว ยิ่งจำเป็นต้องมาพบกับคู่ต่อยที่สดกว่า และก็ตัวใหญ่กว่าทำให้ยากที่จะประมือด้วย

ปัจจุบัน แมนนี่ ปาเกียว ได้โพสต์เนื้อความ ลงในอินสตาแกรม ฝากถึงแฟนคลับทั่วทั้งโลกว่า “ผมต้องการจะขอบพระคุณ พระผู้เป็นเจ้าที่ทำให้ผมมีพลังต่อสู้

ขอบพระคุณครอบครัวที่ยืนเคียงคู่ผมเสมอ ผมจำต้องขอแสดง ความยินดีกับ อูกัส และก็คณะทำงานของเขา ถึงแม้ว่าผมจะได้รับผลการแข่งขันที่ผิดแผก แตกต่างออกไป แม้กระนั้นผม ขอให้เขาโชคดี”

“ขอบพระคุณแฟนคลับ ทั้งโลกที่ดู การต่อยของผม ขอบพระคุณ ชาวประเทศฟิลิปปินส์ ทุกคนที่เคยสนับสนันผม ผมยินดีเสมอที่ได้เป็นผู้แทนของประเทศบ้านเกิดของผม ผมจำต้องขออภัยที่ ผมไม่อาจจะนำความมีชัย ไปมอบให้พวกท่านได้ แต่ว่าผมทำมันอย่างยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว”